สมัครสมาชิก ส่งลิงค์ให้เพื่อน ติดต่อเรา  
หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
สินค้านอติลุส
เมนูอาหาร
สุขภาพและโภชนาการ
เกี่ยวกับทูน่า
นอติลุสแฟมิลี่คลับ
สมัครงาน
กิจกรรม
กิจกรรมพิเศษ
 
 
   
วิตามิน เป็นสารอินทรีย์ที่ได้จากพืชและสัตว์ เราต้องการวิตามินเพื่อนำไปช่วยให้ กระบวนการทางเคมีในร่างกายดำเนินไปอย่างราบรื่น หรือเพื่อแปลงอาหารที่กินเข้า
ไปเป็นสารบำรุงร่างกายเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ

วิตามินในปัจจุบันมีทั้งหมด 13 ชนิด ได้แก่ วิตามิน A, วิตามิน B-Complex, วิตามิน C,
วิตามิน D, วิตามิน E และวิตามิน K สำหรับวิตามิน B-Complex นั้นแยกย่อยออก
ไปอีก 8 ชนิด คือ B1, B2, B3, B6, B12, Pantothenic Acid, Biotin และ Folic Acid

วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ๆ คือ
1. วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D, E, และ K ซึ่งสามารถเก็บสะสมไว้ในร่างกายได้ เราจึงไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน
2. วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามิน B-Complex และวิตามิน C ซึ่งไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ จึงต้องกินทุกวันสม่ำเสมอ ใน
ปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

วิตามิน A
มีประโยชน์ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของโครงกระดูก ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดในที่มืด ช่วยบำรุงรักษาผิวหนัง
และเยื่อบุต่างๆ บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นสดใส ช่วยบำรุงสุขภาพผมและเล็บ ไม่เปราะหรือร่วงง่าย มีอยู่ในปริมาณสูงใน
อาหารบางชนิด เช่น ตับ แครอท ผักใบเขียว ผลไม้สีแดง เหลือง ส้ม เป็นต้น
วิตามิน B
มีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกาย หากขาดตัวใดตัวหนึ่งอาจมีผลต่อการทำหน้าที่ระบบต่างๆ
  • วิตามิน B1 ช่วยบำรุงสุขภาพ และควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ และยังช่วยการทำงานในระบบแปลงน้ำตาลในเลือดให้
    กลายเป็นน้ำตาล เมื่อขาดวิตามิน B1 จะมีผลทำให้ปวดศรีษะ, มีปัญหาในกระเพาะอาหาร และ แขน ขา เป็นตะคริวได้ง่าย
  • วิตามิน B2 ลักษณะเด่นคือ 1. ส่งเสริมการสร้างพลังงานแก่ร่างกาย โดยร่วมกับโปรตีนและสารอื่นสร้างเอนไซม์ที่จำเป็น
    ต่อขบวนการสลายน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน 2. ล้างพิษอันเกิดจากอนุมูลอิสระ ที่ทำลายผิวหนัง และเนื้อเยื่อภายใน
  • วิตามิน B3 มีหน้าที่ช่วยสร้างระบบเอนไซม์และชักนำให้เกิดขบวนการสันดาป ถ้าขาดวิตามิน B3 มีผลทำให้เกิดอาการ
    ง่วงซึม กระวนกระวายใจ ปวดศรีษะเรื้อรัง ถ้าขาดมาก อาจมีผลให้เกิดโรคซึมเศร้าได้
  • วิตามิน B5 เป็นตัวสนับสนุนเอนไซม์ เอ ซึ่งมีความสำคัญต่อการผลิตพลังงาน การเผาผลาญไขมันและโคเลสเตอรอล
    ต่อต้านการอักเสบและเสริมสร้างระบบประสาท ช่วยสร้างสารกระตุ้นให้มีการผลิตฮอร์โมนลดความเครียด จึงมีการขนาน
    นามว่าเป็น “วิตามินคลายเครียด”
  • วิตามิน B6 มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและแบ่งตัวของเซลล์ทุกชนิด และเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกัน
    ร่างกาย มีผลต่อการสร้างสารเคมีปลายประสาท แต่หน้าที่หลักคือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค เพราะเมื่อร่างกายขาดวิตะมิน
    B6 ร่างกายจะลดการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ช่วยป้องกันโรค
  • วิตามิน B12 เป็นวิตามินที่ช่วยเร่งพลังงานของร่างกาย ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ เมื่อต้องผลิตพลังงาน
    เป็นพิเศษ ทำให้เป็นโรคเลือดจาง จิตใจหดหู่เศร้าหมอง
อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B ได้แก่ ตับ, ไต, เนื้อไก่, เนื้อวัว, ปลา, ไข่, ผลิตภัณฑ์จากนม, ข้าวกล้อง, ขนมปังโฮลวีต, ถั่ว,
มะเขือเทศ บร็อคโคลี ฯลฯ
วิตามิน C
มีสรรพคุณครอบจักรวาล อาทิ เพิ่มภูมิต้านทานโรคป้องกันได้ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง
เลยทีเดียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชลอการเสื่อมของเซลล์ไม่ให้ดูแก่ก่อนวัย, สร้างเนื้อ
เยื่อสำหรับกระดูกและฟัน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเกิดการกระชับ ป้องกันการฉีกขาด
ของเส้นเลือดฝอย, รักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น วิตามิน C
C พบมากในผักสดและผลไม้ต่างๆ ควรบริโภคให้ได้รวมกันอย่างน้อยวันละ 5 ถ้วย และ
ไม่ควรให้ผักผลไม้เหล่านั้นผ่านกระบวนการปรุงมากนัก เพราะความร้อน, ความชื้น และ
แสงมีผลในการทำลายวิตามิน C ให้สูญสลายไปได้อย่างง่าย
วิตามิน D
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน มีมากในสัตว์ที่ไม่มี
กระดูกสันหลังจำพวกหอย, น้ำมันตับปลา, น้ำมันปลา พืชรา เป็นต้น นอกจากนี้ร่างกายคน
เรายังได้วิตามิน D จากแสงแดดซึ่งเพียงพอในแต่ละวัน
วิตามิน E
เป็นวิตามินที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวิตามินชลอความแก่ หรือยาอายุวัฒนะเนื่องจากคุณสมบัติ
ในการทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง, ลดรอยเหี่ยวย่น, คืนความชุ่มชื้น
ให้ผิวพรรณ, ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด, เพิ่มภูมิต้านทานช่วยให้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกหาย
เร็วขึ้น วิตามิน E ละลายได้ดีในน้ำมัน เราจึงพบวิตามินนี้ ในอาหารที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบ
เช่น น้ำมันพืช และธัญพืชที่ไม่ขัดขาว เป็นต้น
Folic Acid
เป็นสารในกลุ่มวิตามิน B พบมากในผักขมฝรั่ง ผลไม้สด ผักใบเขียว เป็นต้น Folic Acid มี
ความจำเป็นต่อการสังเคราะห์สารรหัสพันธุกรรมทั้ง DNA และ RNA ซึ่งในช่วงที่ทารกใน
ครรภ์เริ่มปฏิสนธิจะมีการแบ่งตัวของเซลล์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว อวัยวะหนึ่งที่เริ่มมีการสร้างใน

ช่วงเริ่มต้น ได้แก่ เส้นประสาท ซึ่งจะเจริญไปเป็นสมองและไขสันหลังต่อไป การแบ่งตัวของ
เซลล์จะมีการสังเคราะห์ DNA และ RNA มากตามไปด้วย หากแม่ขาดโฟลิคในช่วงนี้จะทำ
ให้การสร้าง DNA และ RNA ติดขัดและอาจก่อให้เกิดความผิดปกติได้ในที่สุด โดยเฉพาะทาง
ประสาท บางคนจะปากแหว่ง เพดานปากโหว่ ซึ่งพบได้ในเด็กที่อยู่ในเขตห่างไกลจากเมือง
จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่งต่อการเอาใจใส่ให้คุณแม่หรือผู้ที่กำลังจะเป็นคุณแม่ได้
รับ Folic Acid อย่างเพียงพอ Folic Acid จะมีอยู่มากในแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ได้แก่
อาหารจำพวกปลา ตับ ไต เนื้อแดง ผักใบเขียว ผลไม้สด เป็นต้น และไม่ควรรับประทานเกิน
1 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นขนาดที่อาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทได้ และอีกบทบาทหนึ่งของ Folic
Acid ก็คือสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ถ้าได้รับ Folic Acid ในระดับ
500 ไมโครกรัมต่อวัน
       
หน้า : ย้อนกลับ| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16| 17 | 18 | หน้าถัดไป
กลับสู่หน้าหลัก
 
 
Home  |  About us  |  Product  |  Recipe  |  Health & Nutrtion  |  NFC Club  |  Contact
 
  Copyright 2003 Pataya Food Industries Limited. All Right Reserved.